วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อาหารบำรุงตากับต้อตอน2

อาหารบำรุงตากับต้อตอน2
สารอาหารที่ช่วยรักษาสุขภาพตา คือ สารแอนติออกซิแดนท์ (วิตามินซี อี เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทิน สังกะสี และไบโอเฟลโวนอยด์)
 เบต้าแคโรทีน เป็นสารอาหารที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งช่วยในการมองเห็นในที่มืด และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพตา ช่วยบำรุงรักษาดวงตา และยังช่วยให้ผิวเยื่อเมือกต่าง ๆ ในร่างกายชุ่มชื้นด้วย  เบต้าแคโรทีน พบมากในผัก และผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง หรือแดง เช่น แครอท ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แตงโม แคนตาลูป มะละกอสุก และผักที่มีสีเขียว เช่น บรอคโคลี มะระ ผักบุ้ง ต้นหอม ผักคะน้า ผักตำลึง



โรคต้อเนื้อ (Pterygium)


โรคต้อเนื้อเป็นโรคที่ต่อเนื่องมาจากโรคต้อลม แต่เยื่อบุตาลามเข้ามาถึงบริเวณกระจกตาดำ (cornea) 
ลักษณะ คล้ายเนื้อเยื่อสีขาวออกแดงบริเวณกระจกตาด้านหัวตาหรือหางตา

อาการ คือเคืองตาและตาแดงบริเวณต้อเนื้อ เมื่อถูกสิ่งระคายเคือง ไม่ทำให้ตามัวหรือบอด
สาเหตุ เกิดจากการถูกสิ่งระคายเคืองมาเป็นเวลานานหลายปี  ได้แก่  ฝุ่นละอองที่ปลิวอยู่ในอากาศ ลมที่พัดไปมาในอากาศรอบๆตัวเรา แสงแดดที่รุนแรงมีไอร้อนสูง ความร้อนจากแสงแดด ความร้อนจากเตาไฟ ความร้อนจากสิ่งแวดล้อม
การป้องกัน  คือไม่ให้ตากระทบกับสิ่งที่ระคายเคืองต่อเยื่อบุตา หลีกเลี่ยงการทำงานในที่แสงแดดมาก หลีกเลี่ยงสถานที่มี ลม ฝุ่นมาก ให้สวมหมวกปีกกว้าง และแว่นกันแดดเมื่อจะออกที่แจ้ง   หยอดน้ำตาเทียมสำหรับคนที่ตาแห้ง
การรักษา ต้อเนื้อไม่จำเป็นต้องรักษาหากไม่มีอาการ แต่ถ้ามีอาการต้องรักษาคือ
1.        การใช้ยาหยอดตาจะใช้ยาหยอดตาในรายที่เป็นไม่มากแต่มีอาการระคายเคืองตา
2.        ผ่าตัด จะตัดต้อเนื้อออกในรายที่ต้อเนื้อลามเข้าตาดำและทำให้ตามัว หากอาการไม่มากไม่แนะนำให้ผ่าตัดเพราะหลังผ่าจะมีโอกาสเกิดซ้ำ

อาหาร  ที่มีวิตามินเอ ได้แก่ น้ำมันตับปลา นม ผลิตภัณฑ์นม ไข่แดง ตับหมู ตับวัว ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีเนื้อสีเหลืองและสีส้ม ฯลฯซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมที่สร้างสารเมือกและไขมัน ทำให้ผิวกระจกตาและเยื่อบุตาขาวชุ่มชื่น สามารทนแดดทนลมได้ดีขึ้น โอกาสที่จะเกิดต้อเนื้อก็จะช้าลงหรือไม่เกิดขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น