วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อาหารบำรุงตากับต้อตอนจบ


 สารอาหารที่ช่วยรักษาสุขภาพตา คือ สารแอนติออกซิแดนท์ (วิตามินซี อี เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทิน สังกะสี และไบโอเฟลโวนอยด์)
 ไบโอเฟลโวนอยด์ พบได้ในบลูเบอร์รี่หรือบิลเบอร์รี่ องุ่นแดง ส้ม และเครนเบอร์รี่ ไบโอเฟลโวนอยด์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ คือ สารแอนโธไซยานิติน ช่วยป้องกันเลนส์ตาและสร้างความแข็งแรงให้กับสารคอลลาเจน สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ ได้รับความนิยมสูงมากรองจากลูทีน นอกจากจะช่วยป้องกันเลนส์ตาแล้ว ยังช่วยให้มองเห็นในที่มืดหรือที่มีแสงสลัว ๆ ได้ชัดเจนขึ้น บิลเบอร์รี่


สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่ช่วยการทำงานของเอนไซม์ (น้ำย่อย) นับร้อยๆ ชนิด เช่น ทำให้ประสาทรับกลิ่น, เสริมภูมิต้านทานโรค, ช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA ฯลฯ อาหารที่มีสังกะสีสูงได้แก่ หอยนางรม, เนื้อ, ไก่, ไข่, นม-ผลิตภัณฑ์นม (มีสูงมากในนมแม่), ถั่วลิสง, จมูกข้าว, เมล็ดฟักทอง-น้ำเต้าคั่ว, เนื้อวัวไม่ติดมันย่างผงโกโก้และชอคโกแล็ต, เมล็ดแตงโม, หรือเม็ดกวยจี๊, งา, เนื้อลูกแกะ
โรคต้อหิน (Glaucoma)

ต้อหินเป็นโรคที่มีความดันในลูกตาสูงจากการระบายออกของน้ำเลี้ยงในลูกตา (aqueous) น้อยผิดปกติ ทำให้ลูกตาแข็งขึ้น จนกระทั่งกดขั้วประสาทตา (optic disc) ทำให้มีการเสียของลานสายตาการมองเห็น จนกระทั่งตาบอดสนิทได้ในที่สุด



อาการ จะมีอาการเห็นไม่ชัด เมื่อมองแสงไฟจะเห็นรุ้งกินน้ำเป็นวงๆ  ตาแดงผิดปกติ  ปวดตา ปวดศีรษะ เวลาอ่านหนังสือจะเพลีย ลานสายตาหรือรัศมีการมองเห็นจะแคบลงเรื่อย ๆ
สาเหตุ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นต้อหิน ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ผู้ที่มีสายตาสั้นมาก ผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ ผู้ที่ใช้ยา steroid  ผู้ที่เคยผ่าตัดหรือได้รับอุบัติเหตุทางตา
การป้องกัน ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจวัดความดันลูกตา คัดกรองโรคต้อหินโดยเฉพาะคนที่มีแนวโน้มจะเป็นต้อหิน ถ้าไม่รักษาหรือรักษาไม่ต่อเนื่อง ตาจะค่อยๆ บอด ทีละน้อย
 การรักษา   ใช้ยาหยอดตาลดความดันตา ยากินลดความดันตา การใช้แสงเลเซอร์ และการผ่าตัดโดยในกรณีที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ไม่ใช่การผ่าเอาหินหรือของแข็งใด ๆ ออกจากตา แต่เป็นการผ่าตัดเพื่อเปิดทางระบายน้ำเลี้ยงในลูกตา ออกจากลูกตา ทำให้ความดันตาลดลงและไม่เป็นอันตรายต่อขั้วประสาทตา




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น